 |
| |
บริษัท สหไทยสตีลไพพ์ จำกัด (มหาชน) จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2511 ด้วยทุนจดทะเบียน 3,000,000 บาท โดยการรวมตัวกันของกลุ่มผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ มากกว่า 30 ราย เพื่อวัตถุประสงค์เริ่มแรกในการผลิตท่อเหล็กสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ บริษัทจึงถือเป็นผู้ผลิตท่อเหล็กรายแรกของประเทศไทย โดยต่อมา กลุ่มผู้ก่อตั้งได้เล็งเห็นแนวโน้มการเติบโตของความต้องการใช้งานท่อเหล็ก ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะรอบรับการเติบโตของอุตสาหกรรมต่อเนื่อง อาทิ อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์ และอุตสาหกรรมรถยนต์ เป็นต้น จึงได้เริ่มผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กประเภทต่างๆ สำหรับการใข้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น อาทิท่อน้ำ ท่อเหล็กสำหรับงานโครงสร้าง ท่อร้อยสายไฟ รั้วอาคาร และงานตกแต่งทั่วไป เป็นต้น
ตลอดระยะเวลา 42 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้ง บริษัทมุ่งมั่นในการผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ทำให้ได้รับความเชื่อถือจากลูกค้ามาโดยตลอด สามารถสร้างฐานลูกค้าที่มั่นคงทั้งในและต่างประเทศปัจจุบัน บริษัทเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายท่อเหล็กรายใหญ่ที่สุดของประเทศ ส่งออกประมาณร้อยละ 50 บริษัทเป็นผู้ส่งออกท่อเหล็กรายใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยตลาดส่งออกหลักได้แก่ ประเทศสหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, สหราชอาณาจักร, ฮ่องกง, สิงคโปร์ ทั้งนี้ บริษัทเป็นผู้ส่งออกท่อเหล็กรายใหญ่รายเดียวของประเทศไทยที่สามารถส่งสินค้าไปยังตลาดสหรัฐอเมริกา |
| |
 |
| |
|
| 2511 |
 |
| |
จดทะเบียนจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2511 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มต้น 3,000,000 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญจำนวน 10,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 300 บาท เพื่อวัตถุประสงค์หลักเป็นการผลิตท่อเหล็กสำหรับใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตเฟอร์นิเจอร์ |
| |
|
| 2518 |
 |
| |
| เริ่มผลิตท่อเหล็กชุบสังกะสี (Galvanized Steel Pipe) และขยายกำลัง การผลิต รวมเป็น 40,000 ตันต่อปี |
| |
|
| 2521 |
 |
| |
จดทะเบียนเครื่องหมายการค้า "STS" กับกระทรวงพาณิชย์ สำหรับผลิต ภัณฑ์ของบริษัททุกชนิด ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่ ท่อน้ำทำด้วยโลหะ ท่อเหล็กกล้า ราง ระบายน้ำทำด้วยโลหะ และเหล็กกล้าสำหรับใช้ในการก่อสร้าง
ได้รับการติดต่อซื้อสินค้าจากประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรก บริษัทจึง เริ่มผลิตท่อเหล็กโดยมุ่งเน้นที่ตลาดเพื่อนการส่งออก
|
| |
|
| 2526 |
 |
| |
เริ่มมีการขยายตลาดการส่งผลิตภัณฑ์ท่อเหล็ก ออกไปจำหน่ายยังประเทศ ต่างๆ นอกเหนือจากประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ ออสเตรเลีย อังกฤษ สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นต้น
ทำการสั่งซื้อเครื่องจักรเพื่อการขึ้นรูปท่อเหล็ก เพิ่มอีกจำนวน 3 เครื่อง จึงสามารถขยายกำลังการผลิตท่อเหล็กจาก 40,000 ตันต่อปี เป็น 60,000 ตันต่อปี
|
| |
|
| 2528 |
 |
| |
| ได้รับใบอนุญาติแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ("มอก.") จากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมกระทรวงอุตสาหกรรม สำหรับผลิตภัณฑ์่ท่อเหล็กของบริษัทเป็นครั้งแรก โดยในปัจจุบันบริษัทได้รับ ใบอนุญาติแสดงเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ("มอก.") สำหรับ ผลิตภัณฑ์ 4 ประเภท ได้แก่ ท่อเหล็กกล้า ท่อเหล็กอาบสังกะสี เหล็กโครงสร้าง รูปพรรณขึ้นรูปเย็น และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณกลวง |
| |
|
| 2541 |
 |
| |
| ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9002 : 1994 จากสถาบัน Bureau Veritas Quality International ("BVQI") ประเทศอังกฤษ |
| |
|
| 2544 |
 |
| |
| เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 90,000,000 บาทเป็น 495,000,000 บาท โดย แบ่งออกเป็นหุ้นสามัญจำนวน 4,950,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้ หุ้นละ 100 บาท เพื่อขยายกำลังการผลิตและสำรองเป็นเงินทุนหมุนเวียน |
| |
|
| 2545 |
 |
| |
| ขยายกำลังการผลิตท่อเหล็กจาก 60,000 ตันต่อปีเป็น 300,000 ตันต่อปี |
| |
|
| 2547 |
 |
| |
| ได้รับการรับรองระบบบริหารงานคุณภาพตามมาตรฐาน ISO 9001 : 2000 จากสถาบัน BVQI |
| |
|
| 2548 |
 |
| |
จดทะเบียนแปรสภาพเป็นบริษัทมหาชนจำกัด เมื่อวันที่ [19 พฤษภาคม 2548]
เพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 495,000,000 บาท เป็น 600,000,000 บาท โดยจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน จำนวน 105,000,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1.00 บาท เพื่อเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไป
|
| |
|
| 2552 |
 |
| |
| เปิดโรงงานสหไทย สตีล ไพพ์ สาขา วังน้อย จังหวัด พระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 21กันยายน 2552 |
| |
|
| |
|